ตัววิ่ง

ข้อมูลอยู่ในช่วงปรับปรุงและเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ geniusbusinesstravel@gmail.com

ซื้อแฟรนไชส์ท่องเที่ยว ดีไหม?



Genius Tips👍

       มีหลายท่านที่กำลังงงๆว่าจะเปิดบริษัททัวร์เอง หรือ ซื้อแฟรนไชส์ท่องเที่ยวดี ส่วนตัวจีเนียสคิดว่าเปิดเป็นของตัวเองดีกว่า ถ้าพูดในแง่ของรายจ่าย เปิดเอง ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ต้องมีเงินทุนในการวางเครดิต แต่ถ้าคนไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจ มีแต่แค่ใจรัก ก็ซื้อแฟรนไชส์ท่องเที่ยวก็ได้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซื้อแฟรนไชส์ไปแล้ว แล้วคุณรู้กระบวนการทั้งหมด คุณจะรู้ว่าที่คุณเสียค่าแฟรนไชส์ กับค่าธรรมเนียมรายปีไป แทบจะไม่คุ้มเลย จีเนียสไม่ได้จะโจมตีธุรกิจของท่านใด แต่จะแค่ใช้ประสบการณ์ที่รู้มาแชร์ให้ทุกคนฟัง ว่าซื้อแฟรนไชส์ทีแต่ข้อเสียมากกว่าข้อดี ถ้าคุณยอมรับข้อเสียได้ คุณก็ซื้อแฟรนไชส์ครับ จีเนียสเลยวิเคราะห์ให้ทุกท่านที่กำลังตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ดูก่อน หรือถ้าท่านไหนอยากรู้รายละเอียดลึกเพิ่มเติม ติดต่อจีเนีนสได้ที่อีเมล geniusbusinesstravel@gmail.com ครับ

"แฟรนส์ไชส์ท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีแพคเกจทัวร์เป็นของตัวเอง ต้องส่งต่อให้คู่ค้าอีกที"
#การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


วิเคราะห์เลือกเปิดแฟรนไชส์ท่องเที่ยว

ข้อดี
1. มีระบบบริหารจัดการ
2. มีเจ้าหน้าที่ดูแลให้ความช่วยเหลือตลอดคู่สัญญา
3. อยู่ภายใต้แบรนด์ที่เปิดมานาน ใช้ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวเดียวกับกับเจ้าของแฟรนไชส์
4. ประหยัดค่าใช้จ่ายในบางส่วน

ข้อเสีย
1. สินค้าทุกอย่าง (ตั๋วเครื่องบิน, โรงแรม, แพคเกจทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ, วีซ่า, ประกันภัยเดินทาง และอื่นๆ) เจ้าของแฟรนไชส์หักเปอร์เซ็นยอดขายไว้แบบไม่บอก โดยแจ้งว่าเป็นราคาต้นทุน
2. แฟรนไชส์ท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีแฟรนไชส์เจ้าไหนทำทัวร์ด้วยตัวเอง ต้องไปซื้อต่อจาก Wholesale เจ้าอื่นทั้งหมด
3. ข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจเยอะ เนื่องจากมีสัญญาผูกมัด
4. ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อแฟรนไชส์ทุกปี
5. พนักงานของสำนักงานใหญ่มีจำนวนน้อย ยากต่อการดูแลที่ทั่วถึง (ยกตัวอย่างเช่น แฟรนไชส์ 25 สาขา ต่อพนักงาน 3-4 คน)
6. พนักงานของสำนักงานใหญ่ขาดทักษะ ขาดประสบการณ์ชำนาญ
7. โฆษณาที่ชวนเชื่อ ที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการคืนทุน
8. คุณจะไม่มีโอกาสรู้ คู่ค้าทางธุรกิจเลย เนื่องจากต้องผ่านสำนักงานใหญ่เสมอ
9. หลักการซื้อขายสินค้าระหว่างแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ปิดการขายจากลูกค้า ----> มาจองกับทางสำนักงานใหญ่ ----> สำนักงานใหญ่ โทรไปจองกับ คู่ค้าอีกที (เนื่องจากไม่ได้ทำเอง)) ข้อเสียคือ ทางสาขาจะปิดการขายได้ช้าขึ้น เพราะใช้ระยะเวลาในการจองหลายทอด

โอกาสในการทำธุรกิจ
1. ลูกค้ามีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากอยู่ภายใต้แบรนด์ที่เปิดมานาน
2. กลุ่มลูกค้าที่ชอบการท่องเที่ยว มีอัตราการเติปโตที่สูงขึ้น

อุปสรรค์ในการซื้อแฟรนไชส์
1. คุณจะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองไม่ได้ อาทิเช่น การทำสื่อโฆษณาในช่องทางต่างๆ, การทำป้าย Artwork โดนจำกัดสิทธิ์ในการทำ ต้องผ่านการอนุมัติจากเจ้าของแฟรนไชส์ก่อนทั้งสิ้น
2. คู่แข่งในการทำธุรกิจมีอยู่เยอะ
3. กลุ่มลูกค้านิยมเที่ยวด้วยตัวเอง ทำให้ยอดขายลดลง




การลงทุนเปิดบริษัททัวร์

ถ้าคุณซื้อแฟรนไชส์ท่องเที่ยว
1. ซื้อแฟรนไชส์ท่องเที่ยว 100,000 บาท
2. ต่อสัญญาทุกๆปี ปีละ 15,000-20,000 บาท
3. ลงทุกเช่าสถานที่ หาพนักงานด้วยตนเอง สมมุติต้นทุนในการเช่าสถานที่และจ่ายเงินเดือนพนักงาน เดือนละ 30,000 บาท
4. ค่าต้นทุนคงที่ (ค่าน้ำไฟ+ค่าโทรศัพท์+อินเตอร์เนต) เดือนละ 5,000 บาท
5. ค่าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ (ค่าลงโฆษณาทาง Online + การทำโบชัวร์) เดือนละ 2,000 บาท
6. สาขามีเว็บไซต์และระบบจองตั๋วเครื่องบินใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ประเมินค่าใช้จ่ายรายปี

ต้นทุนแรกที่คุณต้องเสีย (100,000+360,000+60,000+24,000) หาร 12 เดือน = 45,334 บาท (กำไรที่คุณต้องทำได้ต่อเดือน)

ถ้าคุณเปิดธุรกิจทัวร์เป็นของตัวท่านเอง
1. ค่าจดใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว วางเงินประกันไว้ที่ 200,000 บาท (หากคุณปิดธุรกิจ คุณได้เงินคืน)
2. ค่าประกันการเดินทางสำหรับนำไปยื่นจดใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว ประมาณ 2,400 บาท
3. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ธุรกิจนำเที่ยว(รายใหม่) 2,000 บาท
4. ค่าจดทะเบียนบริษัท นิติบุคคล (กรณีถ้าจด) ทุนจดทะเบียนหนึ่งล้าน ค่าจดทะเบียนจะอยู่ที่ 6,250 บาท (คุณสามารถกำหนดทุนจดทะเบียนได้ต่ำกว่านี้ เช่น ห้าแสนบาท ค่าจดทะเบียนประมาณ 2650 บาท)
กรณีถ้าคุณไม่จดทะเบียน ก็สามารถทำได้ โดยใช้ชื่อเจ้าของเป็นในนามจด
5. ลงทุกเช่าสถานที่ หาพนักงานด้วยตนเอง สมมุติต้นทุนในการเช่าสถานที่และจ่ายเงินเดือนพนักงาน เดือนละ 30,000 บาท
6. ค่าต้นทุนคงที่ (ค่าน้ำไฟ+ค่าโทรศัพท์+อินเตอร์เนต) เดือนละ 5,000 บาท
7. ค่าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ (ค่าลงโฆษณาทาง Online + การทำโบชัวร์) เดือนละ 2,000 บาท
8. ค่าทำเว็บไซต์สำเร็จรูป ค่าใช้จ่ายปีละ 3,000 บาท
9.  ในช่วงปีแรกๆ คุณจะไม่เสียค่าภาษีนิติบุคคล แต่คุณต้องจ่ายเงินค่าทำบัญชีให้สำนักงานบัญชี ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
10. ระบบจองตั๋วเครื่องบิน คุณสามารถไปขอฟรีจาก อมาดิอุส ได้ และคุณก็สามารถไปอบรมกับ อมาดิอุส ได้ฟรี

ประเมินค่าใช้จ่ายรายปี
(2,400+2,000+6,250+360,000+60,000+24,000+3,000+5,000) หาร 12 เดือน = 38,555 บาท (กำไรที่คุณต้องทำได้ต่อเดือน)

หมายเหตุ ที่ไม่ได้นำ 200,000 มาคิดเป็นค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นการวางเงินประกันไว้เท่านั้น ซึ่งสามารถคืนได้ ในกรณีคุณปิดกิจการ คุณจำเป็นต้องมีเงินจำนวนหนึ่งในการวางเงินประกันเท่านั้น

ผลสำรวจ
อัตราผู้ที่เปิดแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จในการคืนทุนประมาณร้อยละ 0.1% เท่านั้น (เทียบจากอัตราส่วน 1:1000) เพราะคนที่รวยที่สุดคือเจ้าของแฟรนไชส์
อัตราผู้ที่ไม่ต่อแฟรนไชส์ร้อยละ 85% สืบเนื่องมาจากคืนทุนไม่ได้ 1 ปี แล้วต้องมาเสียค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมรายปี


ปัญหาที่เกิดจากการซื้อแฟรนไชส์
1. แฟรนไชส์ขายทัวร์ปิดการขายได้ยาก เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ขาย และขาดทักษะความรู้ ทางสำนักงานใหญ่อธิบายเรื่องเทคนิคการขาย และอื่นๆ ทางเจ้าของสาขาถ่ายทอดความรู้ไปยังลูกค้าได้ไม่ครบถ้วน ชัดเจน
2. ทางสำนักงานใหญ่พยายามช่วยเหลือสาขา ในการโทรไปคุยกับลูกค้าให้ โดยกำหนดให้พนักงานสำนักงานใหญ่ เป็นผู้ช่วยของสาขา แต่ผลที่ตามมาระยะยาวคืน ลูกค้าติดพนักงานของสาขาใหญ่ ทำให้ไม่มีโอกาสในการขายของลูกค้ากลุ่มนี้ และลูกค้าจะไม่ติดสาขา
3. ลูกค้าที่มาจากแฟรนไชส์ ส่วนใหญ่ซื้อกับแฟรนไชส์แล้ว พอซื้อกลับอีกที จะมาซื้อที่สำนักงานใหญ่เสมอ
4. สำนักงานใหญ่บวกกำไรเกินควร หรือหักเปอร์เซ็นต์ยอดขายของสินค้ามากเกินไป ทำให้สาขานำไปขายต่อได้ยาก เนื่องจากคู่แข่งเยอะมาก
ยกตัวอย่างเช่น
- แพคเกจทัวร์ยุโรปจาก Wholsale ที่หนึ่งให้คอมมิชชั่นอยู่ที่ 2,500 บาท ทางสาขาหักเปอร์เซ็นยอดขายอยู่ที่ 600 บาท ให้สาขา 1,900 บาท การบวกกำไรจากกรุ๊ปเหมา ทางสำนักงานใหญ่ ให้คอมมิชชั่นกรุ๊ปเหมาท่านละ 1,000 บาท แต่จริงๆแล้ว ทางสำนักงานใหญ่ ได้กำไรเท่ากับสาขา และสามารถบีบกำไรจากคู่ค้า เพื่อได้กำไรเยอะขึ้น
5. ทางสำนักงานใหญ่ปิดกั้นไม่ให้เจ้าของสาขาซื้อขายทัวร์ หรือสินค้าทัวร์อื่นๆจากเจ้าอื่น เนื่องจากมีข้อสัญญาผูกมัดไว้
6. ตั๋วเครื่องบินราคาสูง ยากต่อการนำมาขายต่อ เนื่องจากทางสาขาบวกกำไรมาต่อแล้ว
7. โรงแรม ทางบริษัททัวร์โดนโจมตีจากระบบ OTA อาทิ Agoda / Booking.com ทำให้บริษัททัวร์ขายโรงแรมได้ยาก


วิธีดูอายุหนังสือเดินทางวีซ่ากลุ่มเชงเก้น(Schengen)มีหนังสือเดินทางหรือยัง?