ตัววิ่ง

ข้อมูลอยู่ในช่วงปรับปรุงและเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ geniusbusinesstravel@gmail.com

การเป็นหัวหน้าทัวร์ต่างประเทศ




ข้อแตกต่าง ระหว่างมัคคุเทศก์ และ หัวหน้าทัวร์
มัคคุเทศก์ หรือ ไกด์ หมายถึง ไกด์ท้องถิ่น (Local Guide) ที่พานักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ โดยมีหน้าที่อธิบายประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม งานของมัคคุเทศก์จะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ (1) Inbound หมายถึง การนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวในประเทศไทย เพราะฉะนั้นไกด์ Inbound มักจะต้องพูดได้หลายภาษา และ (2) Domestic หมายถึง การนำนักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวในประเทศไทยครับ ไกด์ประเภทนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทยนะครับ ที่ต่างประเทศก็มีเหมือนกัน ถ้าใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศน่าจะเคยได้ใช้บริการอยู่บ้างครับตามกฏหมายของประเทศไทย คนที่จะทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์อาชีพได้ จะต้องมีสัญชาติไทย และจะต้องมีบัตรที่ออกโดยกรมการท่องเที่ยวเท่านั้นครับแต่ปัจจุบันมักจะมีปัญหาเรื่องไกด์เถื่อนกันเยอะ หรือบางทีก็จะมีชาวต่างชาติมาฉวยโอกาสรับงานเป็นมัคคุเทศก์มากมายครับ ทางกรมการท่องเที่ยวจึงมีการ จับ และปรับ ไกด์เถื่อนอย่างเข้มงวดครับ
ส่วน หัวหน้าทัวร์ ผู้นำเที่ยว หรือ ทัวร์หลีดเดอร์ (Tour Leader) หมายถึง ผู้นำเที่ยว มีหน้าที่พาชาวไทยไปต่างประเทศ (Outbound) และจะดูแลลูกทัวร์ตั้งแต่เริ่มที่สนามบินในประเทศไทยจนจบทริปกลับมาเลยครับ หัวหน้าทัวร์ยังมีหน้าที่เป็นล่ามและผู้ประสานงานกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ในกรณีที่มัคคุเทศก์ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ส่วนใหญ่จะสื่อสารกันโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จะไม่เหมือนมัคคุเทศก์ที่ต้องพูดได้หลายภาษา ส่วนกรณีที่ไม่มีไกด์ท้องถิ่น หัวหน้าทัวร์จะต้องทำหน้าที่อธิบายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้วยตัวเองครับ แถมหัวหน้าทัวร์ยังมีหน้าที่จัดการให้โปรแกรมเที่ยวทุกอย่างครบราบรื่น และยังมีหน้าที่บริการจัดการเรื่องต่างๆให้แก่ลูกทัวร์ด้วยครับ จริงอยู่ที่ตามกฏหมายประเทศไทยถึงจะมีกฏว่าหัวหน้าทัวร์จะต้องมีบัตรผู้นำเที่ยว แต่ตามความเป็นจริงบริษัททัวร์ Outbound ส่วนใหญ่ที่ว่าจ้างก็ไม่ได้สนใจเรื่องบัตรครับ ส่วนมากจะดูที่ประสบการณ์การทำงานมากกว่าว่าเคยบินเส้นไหนมาบ้าง และเคยบินให้บริษัทไหนมา และ ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างไรมากกว่าครับ

ทำไมต้องมีหัวหน้าทัวร์ (TOUR LEADER)
เมื่อมีการเดินทางเป็นหมู่คณะจำนวนผู้เดินทางที่มีมาก เรื่องอำนวยความสะดวกย่อมจะส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า ลูกค้าบางท่านก็เคยเดินทางบ่อยย่อมรู้ว่าเมื่อถึงช่วงเวลาไหนควรทำตัวอย่างไร และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกค้าบางท่านก็อาจจะไม่เคยเดินทาง ลูกค้าบางท่านแม้ว่าจะเคยเดินทางเป็นประจำแต่ก็ไม่ชอบที่จะทำอะไรด้วยตนเอง และบางครั้งเป็นเรื่องของการติดต่อประสานงานต่างๆ เช่น
- การเข้าเช็คอินที่นั่งกับสายการบิน การที่จะต้องฝากกระเป๋าเมื่อทำการเช็คอินที่นั่ง
- การที่จะต้องดูแลเอกสารผ่านการตรวจคนเข้าและออกประเทศ
- การเข้าพัก
- การติดต่อประสานงานในต่างๆในต่างแดน
- การที่จะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องการให้บริการเกือบทุกๆอย่าง
- จัดตารางเวลาเพื่อควบคุมให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในรายการทัวร์
- ดูแลทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องกิน จะนอน จะตื่นนอน จะเที่ยว ต้องการความช่วยเหลือเวลาจำเป็น
- สามารถเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบางเรื่องให้กับผู้เดินทางท่านได้

ในบางประเทศนั้นหัวหน้าทัวร์ต้องทำหน้าที่เป็นไกด์หรือมัคคุเทศก์ด้วย โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
- กลุ่มประเทศในแถบเอเชียส่วนใหญ่จะต้องมีไกด์ท้องถิ่น LOCAL GUIDE เพิ่มขึ้นอีก (ซึ่งมีทั้งแบบพูดภาษาไทยได้ และพูดภาษาอังกฤษ) เมื่อมีคณะเดินทางไปเยือนถึงถิ่นเขาแล้ว ซึ่งนอกจากจะมีหัวหน้าทัวร์แล้ว ก็ต้องมีไกด์ท้องถิ่นร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อบรรยายและคอยดูแลความอำนวยความสะดวกอีกต่อหนึ่ง แต่หัวหน้าทัวร์ที่พาท่านไปจะต้องดูแลคณะ
- ในบางกลุ่มประเทศ ไม่มีไกด์ท้องถิ่น อาทิ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เซ้าท์แอฟริกา ดังนั้นหัวหน้าทัวร์ต้องรับหน้าที่นี้ไปโดยปริยายคือเป็นทั้งหัวหน้าทัวร์ และไกด์
- ในบางกลุ่มประเทศ มีไกด์ท้องถิ่นเฉพาะสถานที่เท่านั้น เช่น เฉพาะเข้าพระราชวังต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นบางประเทศในแถบยุโรป หัวหน้าทัวร์ต้องรับหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าทัวร์ และไกด์ในส่วนและช่วงอื่นๆ ที่ไกด์ท้องถิ่นไม่ได้ทำ หรือไม่มีไกด์ท้องถิ่น
*** ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ต้องให้บริการทั้งสิ้น นี่คือภารกิจและบทบาทหน้าที่ของหัวหน้าทัวร์ ที่ดีพึงกระทำ ***

หัวหน้าทัวร์ที่ดีต้องมี
- ต้องมีความอดทนอย่างมาก พร้อมรับแรงกดดันต่างๆได้ดี
- ศึกษาหาข้อมูล เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม พื้นที่ อาหาร ฤดูกาล เทศกาลสำคัญ รวมไปถึงกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ
-  มีศาสตร์ในการพูด (บางคนพูดภาษาท้องถิ่นได้ ถือเป็น BENEFIT
 พิเศษ)
- รู้ขั้นตอนหรือขบวนการต่างๆ ของการทำทัวร์ พร้อมวางแผนล่วงหน้า
- รวมทั้งกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างดี
- มีใจรักในงานบริการ หรือมี SERVICE MIND
-  ไม่โลกสวยเวลาทำงาน

หัวหน้าทัวร์ควรเตรียมตัวอย่างไร
เตรียมตัว        ให้มีสุขภาพแข็งแรงเสมอ
เตรียมใจ        ให้พร้อม และต้องทำใจไว้ว่าอาจจะต้องเดินทาง ห่างบ้านห่างคนที่รักเป็นเวลาเท่านี้เท่านั้น เป็นต้น
เตรียมกาย      การเตรียมกายคือการเตรียมภาพลักษณ์ (Look) ของเรา ควรดูแลผม เล็บ หนวดเครา ต่างๆว่าสมควรตัดเล็มให้ดีหรือไม่ รวมถึงการเตรียมเสื้อผ้า (get things to wear) ที่เหมาะสมกับทัวร์และฤดูกาลในช่วงการเดินทาง ที่ต้องทำ การแต่งตัวของหัวหน้าทัวร์ก็ไม่ควรให้ดูเป็นทางการมากนัก จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ควรแต่งตัวไม่สุภาพ เช่น เสื้อไม่มีแขน หรือกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ อะไรทำนองนั้นเพราะจะทำให้คณะนักท่องเที่ยวดูแคลน (look down) ในอาชีพเราได้ ดังนั้นความเหมาะสมจึงควรใช้คำว่า Smart casual
เตรียมสมอง    คือ การศึกษาหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า เช่น
- ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า (Study the Group / Clients) ว่า เป็นอย่างไร?
- กลุ่มอายุประมาณเท่าใด? กลุ่มอาชีพอะไร? ซึ่งน่าจะสนใจในเรื่องใดเป็นพิเศษ
- หาข้อมูลประเทศเรากับเขามีความสัมพันธ์กันเรื่องใดบ้าง มีอะไรเหมือนกันหรือต่างกันอย่างนี้เป็นต้น
- ศึกษารายการทัวร์ (study the itinerary) และลองวางแผนล่วงหน้า (action plan) ว่าเราจะนำพาอย่างไร จะพูดเรื่องอะไรบ้าง อาจจะต้องแวะพักระหว่างทางที่ไหน เช่นปั้มน้ำมันที่ไหนสะดวก รวมถึง
- การศึกษาเติมเต็มของมูลที่เป็นตัวเลขต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรเป็นพิเศษเกิดขึ้นบ้าง ในช่วงที่คณะของเราไป เช่น เทศกาลฉลองของท้องถิ่นต่างๆ

ขั้นตอนในการดำเนินการ และขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง การจัดสันทนาการ และการพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับผู้นำเที่ยว

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ช่วงที่ 1 : รับงาน จากบริษัท 
FINAL ITINERARY
กลุ่มผู้เดินทาง คือใคร? ใคร REQUEST อะไรพิเศษ? ฯลฯ
ทำการบ้านเรื่องเส้นทาง / ข้อมูลรอบเมืองต่างๆ / ฤดูกาล
เช็ครายละเอียดปลีกย่อย ที่ตั้งโรงแรม  / ร้านอาหาร / ชนิดของอาหาร ฯลฯ
ช่วงที่ 2 : ตรวจเช็คเอกสารต่างๆ / VOUCHER
ช่วงที่ 3 : การแต่งกาย

การบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้นำเที่ยว
ความเสี่ยงของหัวหน้าทัวร์มีหลากหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น
- การเดินทาง FLIGHT  DELAY              - การสไตรค์
- เอกสารการเดินทางหาย                       - อุบัติเหตุ
- หลงทาง                                         - FINAL ITINERARY ไม่ตรง
- เปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางส่วนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

การแก้ไขปัญหานั้น ให้ดูที่จุดเกิดเหตุของปัญหา และหนทางในการแก้ที่ดีที่สุด เรื่องนี้มันบอกกันได้ยาก ต้องยกเป็น Case Study เป็นรายๆไป แต่อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทัวร์ต้องมีความหนักแน่นสูง สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ และอย่าหนีปัญหา ก็จะเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด
จิตวิทยา และทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- ฟังข้อมูลต่างๆ จากผู้มีประสบการณ์
- วิเคราะห์กับงานของตัวเอง
- คาดเดาเหตุการณ์
- อุดรอยรั่วก่อนเกิดเหตุการณ์
- ทำก่อนล่วงหน้า 1 STEP

การเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ
ข้อมูลการเตรียมตัวเดินทาง
1. สนามบิน เช็คเวลาเดินทางของสายการบินให้ละเอียดพร้อมทั้งเช็ค อาคาร และหมายเลขเคาน์เตอร์ ให้แน่ชัดก่อนเดินทางสู่สนามบิน และควรเดินทางมาเช็คตั๋วก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
                  ตัวอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ             ตัวอย่างสนามบินดอนเมือง

 


2. เอกสารการเดินทางที่สำคัญ ที่สุดของการเดินทางคือ หนังสือเดินทาง หรือ Passport จะต้องมีอายุเหลือ นับจากในวันเดินทาง อย่างน้อย 6 เดือน ** ควรตรวจเช็คหน้าวีซ่า (เฉพาะประเทศที่ต้องสมัครขอก่อนเข้าประเทศ) ว่าชื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางถูกต้องหรือไม่ / ตั๋วเครื่องบิน / เอกสารจองที่พัก รถไฟ เรือ ฯลฯ

3. การเช็คอินสายการบิน ใช้ตั๋วเครื่องบิน และหนังสือเดินทาง เตรียมกระเป๋าที่จะลงท้องเครื่องชั่งน้ำหนัก(การเตรียมตัวข้อ5) อยากจะนั่งตรงไหนหน้าต่าง หรือ ริมทางเดิน ก็แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบิน แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ ใบบรอดดิ้งพาส หรือบัตรระบุที่นั่ง พร้อมแทคกระเป๋า ตามจำนวนที่เราฝากลงท้องเครื่อง (สำคัญมากเพราะเป็นหลักฐานสำหรับใช้เคลมเมื่อกระเป๋าที่ฝากเกิดความผิดพลาดในการส่ง หรือเสียหาย)


  





4. ออกเมืองไปขึ้นเครื่อง หลังจากเช็คอินแล้ว ต้องเดินต่อไปยังส่วน ตรวจหนังสือเดินทาง (เดินตามป้ายที่มักใช้คำว่า Departure) หลังตรวจหนังสือเดินทางก็เดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) โดยเช็คในใบบรอดดิ้งพาส จะมีการตรวจความปลอดภัยอีกครั้ง ที่ประตูขึ้นเครื่อง แล้วขึ้นไปนั่งตาม Seat map ที่ระบุในใบบรอดดิ้งพาส





5. บนเครื่อง ฟังอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และประตูฉุกเฉิน จากเจ้าหน้าที่สายการบินให้เข้าใจ ปิดโทรศัพท์ รัดเข็มขัดตลอดเวลา อย่าคุยเสียงดังรบกวนคนอื่น หรือนำอาหารกลิ่นแรงๆขึ้นไปกินบนเครื่อง เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มฟรีอยู่แล้ว(บางสายการบินที่ราคาต่ำอาจต้องจ่ายเงินสำหรับของที่ไม่อยู่ในรายการ)
6. การต่อเครื่อง transit ออกจากเครื่องแล้วเดินตามป้าย TRANSIT หรือ เช็คจอทีวีดูว่าจะต่อเที่ยวบินอะไร จะมีระบุว่าให้ไปที่ประตูหมายเลขใด เวลาเท่าไหร่เครื่องออก(เวลาท้องถิ่น) แล้วไปตาม Terminal หรือ Gate ที่ระบุไว้
7. ลงเครื่อง เมื่อลงจากเครื่องแล้ว ให้เดินตามป้าย Immigration หรือ ARRIVAL จะนำเราไปที่ตรวจคนเข้าเมือง เข้าแถวรอตรวจให้ถูกช่อง ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เค้าเตอร์สำหรับตรวจคนเข้าเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่เช็คประวัติและมีการถาม ตอบ กันจนเป็นที่พอใจแล้ว เจ้าหน้าที่ ตม. จะให้เรามองกล้องที่อยู่ตรงหน้า หรืออาจให้สแกนนิ้วในบางประเทศ และจะประทับตราลงบน Passport ให้เราเท่านี้ก็เรียบร้อยและอย่าลืมว่าพื้นที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองนี้ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด! แล้วเดินไปยังรางรับกระเป๋า(จะมีจอทีวีใหญ่ ระบุว่ามาเที่ยวบินไหน ให้รับกระเป๋าที่รางกระเป๋าหมายเลขใด) รับกระเป๋าให้เรียบร้อย ผ่านศุลกากรจนถึงทางออกจากสนามบิน….

  



8. การสื่อสาร เทคนิคการเตรียมตัวผ่าน ตม. เมื่อต้องไปเที่ยวต่างประเทศ เมื่อเราเดินทางถึงสนามบินในต่างประเทศ ก็จะเดินผ่านด่าน Immigration หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ซักถามก็ควรตอบด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องกลัว ตื่นเต้นหรือตื่นตระหนก และไม่ควรแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ หรือหากเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือในการตรวจค้นหรือเชิญไปที่ใด ก็ควรยิ้มรับและทำตัวสบาย ๆ อย่าไปกังวล ( ถึงแม้จะกังวลก็ตาม ) ให้คิดเสมอว่าเรามาเที่ยว มาพักผ่อน ไมได้ทำผิดกฎหมายใดๆ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ซักถาม เพื่อการสื่อสารที่เข้าใจและถูกต้องตรงกัน เราจะต้องเตรียมตัวเรื่องภาษา ซักซ้อมการตอบคำถามและสำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษก็ไม่ต้องตกใจกลัวไปนักเพราะหลัก ๆ แล้วก็จะใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น
› What’s your name? May I have your first name? Your first name is … right?
( คุณชื่ออะไร? ฉันขอทราบชื่อจริงของคุณได้ไหม? ชื่อจริงของคุณคือใช่หรือไม่?
› Where are you from? ( คุณมาจากที่ไหน? )
› How old are you? ( คุณอายุเท่าไหร่? )
› Could you please openyour baggage? ( คุณสามารถเปิดกระเป๋าเดินทางได้หรือไม่? )
› How long will you stay here? ( คุณจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่? )
› What’s your purpose in this trip? ( จุดประสงค์ของทริปนี้คืออะไร? )
› Where will you gonna stay? ( คุณจะไปพักที่ไหน? )
› How many persons in your trip? ( ในทริปของคุณมีสมาชิกกี่คน? )




คำถามและรูปแบบของประโยคที่ ตม. จะถามอาจแตกต่างกันไปตามวาระและโอกาสในการเดินทาง รวมถึงสำเนียงภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่ ตม. ของแต่ละประเทศที่ไมได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวอาจโดนถามละเอียดมากหน่อยจากเจ้าหน้าที่ หากเตรียมตัวเตรียมพร้อมมาอย่างดี ก็ไม่ต้องกลัวครับ

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศ



1. ของใช้ประจำตัวที่สำคัญ ประเภท ยาประจำตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่โกนหนวด หวี เครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว ลิปมัน และหากมีผิวที่ไวต่อสารสารระคายเคือง ก็ควรนำสบู่ ครีมล้างหน้าติดไปเองด้วยจะดีกว่า

2. เสื้อผ้า ควรมีการจัดเตรียมให้เหมาะกับสภาพอากาศ ก่อนเดินทางก็มาเช็คสภาพอากาศก็ได้ครับ ควรวางแผนการใส่เสื้อผ้าในแต่ละวันก่อนเดินทาง เสื้อผ้าจะได้ไม่ขาดหรือเกินโดยไม่จำเป็น ***หากไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศหนาวมากๆ ควรมีเสื้อรัดรูป(ลองจอห์น) หมวกไหมพรม ถุงมือ และเสื้อกันหนาวที่อบอุ่นไปให้พร้อม

3. ชุดชั้นใน ทั้งท่านชายและท่านหญิงก็จัดไปตามจำนวนวันเลยครับ หรือหาประเภทใช้แล้วทิ้ง หากไปต่างประเทศนานๆก็พิจารณาเองนะครับ เพราะถ้าเที่ยวกับทัวร์หาโอกาสซักตาก ยากครับ

4. รองเท้า ที่มักเจอปัญหาบ่อยคือ โดนรองเท้ากัดเพราะเปิดกล่องรองเท้าใหม่ หากซื้อใหม่ก็ทดลองใส่ให้ชินเท้าก่อนนะครับ จะได้ไม่ต้องทรมานกับของใหม่ตอนไปเที่ยว ** หากต้องเดินบนหิมะควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางด้านล่าง ไม่ควรใช้รองเท้าพื้นเรียบ เพราะจะลื่นง่าย
5. กระเป๋าเดินทาง ควรจัดของให้พอดีกับกระเป๋า เพราะถ้าจัดของน้อยใส่กระเป๋าใบใหญ่เวลาขึ้นเครื่องกระเป๋าอาจถูกของคนอื่นทับจนบี้แบนเสียรูปได้ ถ้ามากเกินไปเวลาเขาโยนส่งกระเป๋าอาจทำให้กระเป๋าแตก หรือปริได้ นอกจากนั้นกระเป๋าที่หนักเกินไปจะทำให้หูกระเป๋า ล้อเลื่อนของกระเป๋า จากไปก่อนวัยอันควรได้ครับ ถ้าร้ายกว่านั้นคือ สายการบินบางที่จะไม่ยอมให้นำกระเป๋าที่หนักเกินไปขึ้นเครื่อง เพราะเขากลัวพนักงานเขาหลังหัก หรือท่านมาเคลมตอนกระเป๋าชำรุด คราวนี้มีอะไรอยู่ข้างในก็จะต้องแบ่งออกมาใส่กระเป๋าอื่น กระเป๋าโดยทั่วไปควรเกิน 20-25 กก. หรือ ยกด้วยแขนข้างเดียวแล้วกระเป๋าลอยขึ้นมาจากพื้นได้นั่นแหละครับจึงใช้ได้ กำหนดน้ำหนักกระเป๋าทั่วไปแต่ละใบไม่เกิน 20 กก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก. ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่ง คือควรทำสัญลักษณ์บนกระเป๋าของท่านให้ต่างจากกระเป๋าใบอื่นเช่นผูกโบว์ หรือติดป้ายชื่อเด่นๆ เพื่อป้องกันคนที่ใช้กระเป๋าที่คล้ายกับเราเขาหยิบผิดไปครับ ถ้ามีรหัสล๊อกก็จดจำให้ดีนะครับ
6. **เสบียงอาหาร อาหารในรายการทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่น ถ้าไม่ชินกับอาหารจีนก็เตรียมเสบียงอาหาร หรือเครื่องชูรสที่ชื่นชอบไปได้ครับ ***บางประเทศ ห้ามนำพืช ผลไม้ ผักสด ผ่านศุลกากรเข้าสู่ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา จีน เป็นต้น
7. เมื่อมีเด็กเล็ก ควรนำของที่เด็กชอบเป็นพิเศษติดตัวไปด้วยครับ
8. ข้อนี้ สำหรับสุภาพสตรีครับ อย่าลืมผ้าอนามัย เพราะบางที่ก็หายากครับ ติดไว้มั่นใจกว่า
9. เงิน และการแลกเงิน ควรติดเงินสดสกุลเงินของประเทศที่จะเดินทางไปจากเมืองไทยครับ จะได้ราคาที่ดี ถ้าเงินของบางประเทศไม่สามารถหาแลกได้ในเมืองไทย ก็ควรแลกเป็น US Dolla ไปแลกเงินท้องถิ่นอีกครั้งที่สนามบินหรือโรงแรมเมื่อเดินทางถึงแล้ว *** ควรมีบัตรเครดิตติดตัวไว้ตลอด
10. เวลา ควรศึกษาโซนเวลาของประเทศต่างๆก่อนเดินทาง จะได้กำหนดเวลาพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีแก้การปรับเวลาของร่างกายไม่ได้(เจตแลค) คือ พยามฝืนตัวเองอย่านอนกลางวัน และหัวค่ำ ให้นอนให้ดึกที่สุดในช่วงปรับตัว2 วันแรก

11.ไฟฟ้า ประเทศต่างๆมีระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทุกระบบ ***จะมีปัญหาก็ตรงหัวปลั๊ก จึงควรเตรียมหัวปลั๊กที่ถูกต้องติดตัวไปด้วย (สามารถซื้อได้ที่สนามบินขาออก)
12.มีดพับ กรรไกร ที่ตัดเล็บ ของมีคมฯลฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง ควรใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ แล้วเช็คอินลงใต้ท้องเครื่อง
13.ไม่ควรนำเครื่องประดับราคาสูงติดตัวไปด้วย เพราะเป็นอันตรายกับตัว และเสี่ยงจากการสูญหาย
14. กล้องและฟิล์ม ควรนำฟิล์ม แผ่นบันทึกภาพ ที่ชาร์ตไฟ และแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปให้พร้อมครับ
15. อื่นๆ แว่นกันแดด หมวก ร่มขนาดเล็ก ครีมทากันแดด หนังสืออ่านเล่น เกมส์ พิจารณากันตามสมควร

ข้อเสนอแนะ
การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน
ที่นั่งริมหน้าต่าง มีข้อดีคือท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่างได้ แต่ในการเดินทางระยะไกล อาจไม่สะดวกหากต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเข้าห้องน้ำหรือทำธุระอื่นๆ ซึ่งจะต้องลุกเดินผ่านที่นั่งด้านข้างเคียง ในกรณีที่เป็นคนแปลกหน้า อาจทำให้เกิดความรำคาญถ้าต้องเดินเข้า-ออก หลายครั้ง แต่หากเป็นคนรู้จักกันปัญหาคงน้อยลง ในกรณีที่คาดว่าจะต้องลุกออกจากที่นั่งบ่อยครั้ง ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งด้านริมทางเดินจะสะดวกกว่า
สำหรับการเลือกที่นั่งตอนหน้าหรือหลังของเครื่อง จะขึ้นกับประเภทของที่นั่งที่ท่านทำการจองไว้ แต่หากเป็นประเภทเดียวกัน การเลือกที่นั่งช่วงที่ห่างจากห้องน้ำ จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเนื่องจากผู้โดยสารที่เดินผ่านไป-มา แต่หากท่านคาดว่าจะต้องเข้าห้องน้ำหลายครั้ง หรือ ไม่สะดวกในการเดินอาจเลือกช่วงที่ใกล้ห้องน้ำก็แล้วแต่
นอกจากนี้การเลือกที่นั่งตอนหน้าจะได้รับการบริการจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก่อน เช่นการเสริฟอาหาร เนื่องจากขั้นตอนในการให้บริการ
ในปัจจุบันนี้สายการบินเกือบทุกสายการบินมักกำหนดให้เป็นเที่ยวบินปลอดบุหรี่ จึงไม่จำเป็นต้องเลือกที่นั่งเป็นพื้นที่สูบบุหรี่หรือไม่

สิ่งที่ควรระวังในการเดินทางไปประเทศต่างๆ บางประการ
ประเทศเนปาล เกิดปัญหาทางการเมืองที่รุนแรง มีการปฏิวัติการปกครอง หลายครั้ง ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นนองเลือด ระหว่างประชาชน ผู้ปกครองประเทศ จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หน่วยงานของผู้ปกครองประเทศ
ประเทศเขมร เป็นประเทศยากจนประเทศหนึ่ง จึงมีขอทานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก การให้เงินหรือสิ่งของกับขอทานเป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อท่านให้เงินเด็กขอทานไปหนึ่งคน จะมีเด็กขอทานอีกเป็นจำนวนมาก ตรงมายังท่าน รุมล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อขอเงินจากท่านอีกเป็นเวลานาน หรือจนกระทั่งท่านออกจากสถานที่แห่งนั้น เนื่องจากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้ในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่นารกร้าง พื้นที่ป่า บางแห่ง ยังคงมี ระเบิด หรือ กับระเบิดหลงเหลืออยู่ ยกเว้นในสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของประเทศ เช่น ปราสาทนครวัด นครธม หรือ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นท่านไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางหากไม่จำเป็น
ประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าประเทศเกาหลีใต้ จะมีนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ ยังคงเคร่งครัดต่อนักท่องเที่ยวบางประเทศมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย เนื่องจากเขากลัวว่าผู้ที่เข้าประเทศบางส่วนจะหลบหนีเข้าไปทำงานอย่างไม่ถูกขั้นตอน ดังนั้นในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้แม้ว่าจะตั้งใจไปเที่ยวจริง ก็ต้องสมควรระมัดระวังในหลายเรื่อง เช่น การแต่งกาย และลักษณะท่าทางการแสดงออก
ประเทศจีน สถานที่เที่ยวในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่กว้าง และ อยู่ห่างกันมาก หรือต้องขึ้นบันไดสูง ดังนั้น ผู้ที่จะท่องเที่ยวควรมีสุขภาพที่แข็งแรง มีร่างกายพร้อมที่จะเดินเป็นระยะทางไกลๆ ได้สะดวก


การแจ้งนำของใช้ส่วนตัวไปต่างประเทศ
ถ้าต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุ-เทป ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับเข้ามาในประเทศจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อสิทธิในการยกเว้นภาษีอากรของต้องห้ามในการนำออกนอกราชอาณาจักร ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษ วัตถุระเบิด ของต้องจำกัดในการนำออกนอกราชอาณาจักร หมายถึงสิ่งของบางชนิดที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออกผู้ที่ประสงค์จะนำหรือส่งออกไปต้องได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำมาเสนอต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำออกด้วย เช่น พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ สัตว์สงวนหรือสัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง แมว พันธุ์พืช เช่น ทุเรียน ลำไย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน


ของเตรียมตัวออกทัวร์

น้ำจิ้ม
พูดถึงเรื่องอาหารการกินในต่างประเทศครับ ประเทศในโซนยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จีน และอีกหลายๆประเทศ เหล่านี้จะทานอาหารค่อนข้างจืดกัน รสชาติไม่ค่อยจัดสักเท่าไร สำหรับคนที่เป็นคนชอบทานอาหารที่ค่อนข้างมีรสชาติแรงๆ อย่างเช่นอาหารไทยเรา ที่ค่อนข้างจะมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ที่ค่อนข้างจะจัดจ้าน แล้วมักจะมีปัญหาหรืออุปสรรค์ทางด้านอาหารการกิน แต่กินแค่มื้อสองมื้อ วันสองวัน ยังพอทน แต่จะให้กิน ขนมปัง ชีส เนย ทุกวันเอียนและเลี่ยนแน่ๆครับ ฉะนั้นเป็นการแก้ปัญหาเหล่านั้นให้หมดไปต้องไม่ลืมสิ่งเหล่านี้นะครับ

1.มาม่า ต้มยำน้ำข้น น้ำใสได้หมดครับ จริงๆแล้วเอายี่ห้ออะไรก็ได้  ถ้าไปไม่นานเอาแบบ cupไปก็จะสะดวกมากๆครับแค่เติมน้ำร้อน แต่ถ้าใครไปอยู่นานๆแนะนำให้เอาแบบซองไปนะครับประหยัดที่ในกระเป๋ามากกว่า นอกจากมาม่าจะอร่อยแล้วที่สำคัญถูก ด้วยครับ
2.น้ำพริกสำเร็จรูป ข้อนี้สำหรับคนที่จำเป็นต้องทานอาหารต่างประเทศแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่อยากทานรสจัดๆเพื่อเป็นการแก้เลี่ยน adminเสนอ น้ำพริกเผา น้ำพริกตาโย่ง น้ำพริกนรก แมงดาต่างๆนาที่มีขายสำเร็จรูป ให้ติดไปด้วย
3.น้ำปลา อันนี้จะหายากหน่อยนะครับถ้าไม่ใช่เมืองใหญ่ๆ แนะนำให้พกติดไป เยาะลงในข้าวสวย หรือ อาหารรสจืดๆความเค็มจะช่วยให้อาหารมีรสชาติบ้าง หรือหาซื้อมะนาว และพริกสด น้ำตาล ใส่น้ำปลา น้ำจิ้มซีฟู้ด
4.ซอสพริกศรีราชา ซอสพริกนั่นแหละครับใส่อะไรก็อร่อย พิซซ่า ข้างผัดอเมริกัน อะไรทั้งหลายทั้งปวงอร่อยหมดครับ
5.น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู้ดสำเร็จรูป ซื้อเป็นขวดพาสสติกจะสะดวกที่สุดครับ